คณะสัตวแพทยศาสตร์ อยากเรียนต่อต้องทำอย่างไร ? รายชื่อสถาบันที่เปิดสอน

มั่นใจว่าน้องๆคนไม่ใช่น้อยควรมีภาควิชารวมทั้งอาชีพในฝันที่ต้องการจะทำกันในอนาคตอย่างแน่แท้ และก็หนึ่งในแผนก/อาชีพในฝันที่อยู่ในลิสต์อันดับหนึ่งที่น้องๆผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็อาจจะหนีไม่พ้น การเป็นคุณหมอดูแลสัตว์ หรือสัตวแพทย์ นั่นเอง แม้กระนั้นน้องๆรู้กันหรือเปล่าว่าการเข้าศึกษาต่อ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จำเป็นจะต้องใช้คะแนนอะไรบ้าง และก็เมื่อเข้าไปเรียนแล้วพวกเราจำเป็นจะต้องเรียนเกี่ยวกับอะไรบ้าง

ต้องการเรียน คณะสัตวแพทยศาสตร์ จะต้องทำยังไง?
ในเนื้อหานี้ แคมปัส-สตาร์ ก็ได้เก็บรวบรวมข้อมูลน่าสนใจเกี่ยวกับการเล่าเรียนด้านสัตวแพทยศาสตร์มาฝากกันด้วยจ้ะ จะมีเรื่องมีราวอะไรบ้างที่น้องๆควรจะทราบ ตามมามองกันได้เลย…

คณะสัตวแพทยศาสตร์ เรียนเกี่ยวกับอะไร?
โดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ จะเรียนเกี่ยวกับความสามารถแล้วก็วิชาความรู้สำหรับการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายของสัตว์ การเยียวยารักษาโรคของสัตว์จำพวกต่างๆและก็ยังรวมทั้งการพัฒนาอุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ โดยคนที่เรียนจบด้านนี้จะได้รับวุฒิการศึกษาเป็น ส.พ.บ. ออกไปเป็นแพทย์ตรวจโรคสัตว์ หรือสัตวแพทย์ ซึ่งสามารถพินิจพิจารณา วิเคราะห์ พิสูจน์ ตลอดจนสามารถบรรเทา รักษา รวมทั้งคุ้มครองปกป้องโรคต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์ได้

ดังนี้พวกเรายังจะได้ทำความเข้าใจกระบวนการเพิ่ทผลิตผลด้านปศุสัตว์ การขยายพันธุ์สัตว์ การเลี้ยง และก็บำรุงจำพวกสัตว์ ส่วนในด้านสารลำธารที่สุขก็จะต้องศึกษาขั้นตอนการควบคุมโรคของสัตว์ที่บางทีอาจจะติดต่อมาถึงมนุษย์ได้ รวมทั้งด้านสุขศาสตร์ของกิน รวมทั้งสินค้าที่ได้จากสัตว์อีกด้วย

สาขาวิชาที่เปิดสอน
สาขาวิชาที่เปิดสอนในคณะสัตวแพทยศาสตร์ เช่น กายวิภาคศาสตร์, จุลชีววิทยา, สรีรวิทยา, เภสัชวิทยา, พยาธิวิทยา, พยาธิวิทยา, เวชศาสตร์สถานพยาบาลสัตว์เลี้ยง, เวชศาสตร์และก็ทรัพยากรการผลิตสัตว์, เวชศาสตร์สถานพยาบาลสัตว์ใหญ่รวมทั้งสัตว์ป่า, สัตวแพทยสาธารณสุขศาสตร์, สัตวบาล, สูติศาสตร์ เธนุเวชวิทยา และก็วิทยาการแพร่พันธุ์สัตว์, ศัลยศาสตร์ แล้วก็อายุรศาสตร์ อื่นๆอีกมากมาย

เรียนกี่ปี แต่ละชั้นปีจะต้องเรียนอะไรบ้าง?
สำหรับช่วงเวลาที่ใช้สำหรับเพื่อการเรียนเป็น 6 ปี แบ่งได้เป็น ชั้นปีที่ 1 – 3หมายถึงPre-clinic รวมทั้งชั้นปีที่ 4 – 6เป็นClinic ซึ่งมีเนื้อหาน่าสนใจ ดังนี้

ชั้นปีที่ 1 : Pre-clinic จะเรียนวิชาฐานรากทั่วๆไป เช่น ฟิสิกส์ทางด้านการแพทย์, เคมีทั่วๆไป, ชีววิทยาทั่วๆไป แล้วก็เคมีอินทรีย์ อื่นๆอีกมากมาย

ชั้นปีที่ 2 – 3 : Pre-clinic น้องๆจะได้เริ่มเรียนวิชาของคณะสัตวแพทยศาสตร์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสำหรับการเรียนจะมิได้เรียนเฉพาะวิชาที่เกี่ยวกับการดูแลหมาหรือแมวแค่นั้น แต่ว่ายังรวมทั้งการดูแล ม้า โค ปลา ไก่ หมู แล้วก็สัตว์อื่นๆอีกหลากหลายประเภทร่วมกัน ซึ่งวิชาที่น้องๆจะได้พบ เช่น จุลกายตอนวิทยา, หลักสัตวบาล, หลักสรีรวิทยา รวมทั้งอนามัยสภาพแวดล้อม อื่นๆอีกมากมาย

ชั้นปีที่ 4 – 6 : Clinic จะเริ่มไปสู่วิชาที่เกี่ยวกับการดูแลรักษาเยอะขึ้น ซึ่งน้องๆกำลังจะก้าวไปเป็นว่าที่สัตวแพทย์กันแล้วจ้ะ วิชาที่เรียนก็จะเจาะลึกลงไปอีก เช่น อายุรศาสตร์ตามระบบอวัยวะ, แนวทางการวิเคราะห์แล้วก็การดูแลรักษาโรคสัตว์, วิธีการศัลยศาสตร์และก็วิสัญญี, เทคโนโลยีชีวภาพทางการแพร่พันธุ์ของสัตว์, ข้อบังคับแล้วก็ศีลธรรมที่วิชาชีพ แล้วก็สุขศาสตร์ของกิน อื่นๆอีกมากมาย

หลักเกณฑ์คะแนน/คุณสมับติเตียนที่ใช้สำหรับเพื่อการสมัคร
จำต้องจบการศึกษาระดับชั้น มัธยม6 หรือเท่ากัน ในแนวทางเรียนวิทย์-คณิต
ควรจะมีเกรดเฉลี่ยสะสมรวม (GPAX) ไม่ต่ำลงมากยิ่งกว่า 3.00 (ดังนี้คะแนน GPAX แต่ละสถาบันอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีความต่างกันออกไป ขึ้นกับมหาวิทยาลัยระบุนะจ๊ะ)
มีคะแนนสอบ GAT, PAT2 (วิทยาศาสตร์)
ส่งผลคะแนนสอบ 9 วิชาสามัญ (ไทย สังคม อังกฤษ คณิต1 ฟิสิกส์ เคมี ชีวะ)
ส่งผลคะแนนสอบ O-NET
** นี่เป็นเพียงแต่หลักเกณฑ์ที่ใช้เพื่อสำหรับการเลือกรวมทั้งคุณลักษณะของผู้สมัครในพื้นฐานเพียงแค่นั้นนะจ๊ะ ดังนี้ในแต่ละสถานศึกษาอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีการใช้ผลคะแนนรวมทั้งคุณลักษณะที่ไม่เหมือนกันออกไป โดยน้องๆสามารถเข้าไปดูก่อนยละเอียดทั้งปวงเหมาะเว็บของแต่ละสถานศึกษาที่ตัวเองพึงพอใจศึกษาต่อได้เลยนะ

สถานศึกษาที่เปิดสอน อาทิเช่น…
จุฬาลงมือณ์มหาวิทยาลัย
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยมหิดล
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลทิศตะวันออก
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย อื่นๆอีกมากมาย
จบแล้วปฏิบัติงานอะไรได้บ้าง?
เมื่อน้องๆจบแล้วสามารถเลือกดำรงชีพได้ทั้งยังในหน่วยงานราชการและก็เอกชน เช่น หน่วยงานราชการ ตัวอย่างเช่น กรมปศุสัตว์, กรมประมง และก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อื่นๆอีกมากมาย ส่วนหน่วยงานเอกชน สามารถดำรงชีพในธุรกิจทางด้านอุตสาหกรรมเลี้ยงสัตว์ การสร้างอาหารสัตว์ และก็ธุรกิจฟาร์มสัตว์ต่างๆแล้วก็ยังรวมทั้งการเป็นสัตวแพทย์ในสถานพยาบาลหรือโรงหมอตรวจโรคสัตว์ก็ได้อีกด้วย ฯลฯ